วันที่ 7 พ.ค.2569 เวลา 10.30 น.
ด้วยเมื่อวันที่ 7 พ.ค.69 เวลาประมาณ 10.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ออกสืบสวนหาข่าวติดตาม ผู้มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่รับผิดชอบภายในหมู่บ้านนามน หมู่ 6 ต.บ่อสวก อ.เมืองน่าน จ.น่าน ประกอบกับได้รับแจ้งจากสายลับ (ขอสงวนออกนามเพื่อความปลอดภัย) แจ้งว่านายล้วนฯ อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 147 ม.7 ต.บ่อสวก อ.เมือง จ.น่าน มีพฤติการณ์เสพยาและจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าทำการตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าวพบ นายล้วน สายธิยศ อยู่ภายในบ้านเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ได้มีอาการตัวสั่น พูดจาวกวนเหมือนคนเสพยาเสพติดมาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวแจ้งจุดประสงค์ ให้นายล้วนฯ ทราบ และจากการสอบถามนายล้วนฯ ให้การยอมรับว่าเสพยาบ้ามาก่อนหน้าจริงจำนวน 2 เม็ด และจากการพิจารณาเห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนที่เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมไม่อาจขอหมายค้นจากศาลได้ขณะนั้นเนื่องจากหากรอหมายค้นจากศาลอาจทำให้พยานหลักฐานที่สำคัญถูกเคลื่อนย้ายหรือถูกทำลายไปเสียก่อนจึงได้อาศัยอำนาจตามกฎหมาย ป.วิอาญามาตรา 93(4) และประกอบกับ พ.ต.ท.อภิสิทธิ์ ศรีราษฎร์ สว. สส.สภ.เรือง เจ้าพนักงาน ปปส.หมายเลข 6600938 มีเหตุอันสงสัยเร่งด่วนว่านายล้วน สายธิยศ จะมียาเสพติด(ยาบ้า)หรือสิ่งของผิดกฎหมาย ติดตัวและซุกซ่อนอยู่ในบริเวณห้องนอนภายในบ้านจึงแจ้งให้นายล้วนฯ ทราบและขอทำการตรวจค้นตัวและห้องนอนภายในบ้านที่นายล้วนฯ อาศัยอยู่ นายล้วนฯ เข้าใจดีและยินยอมให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นได้โดยนายล้วนฯ เป็นผู้นำการตรวจค้นโดยตลอด ผลการตรวจค้นบริเวณห้องนอนของนายล้วนฯ พบของกลางลำดับที่ 1 ยาบ้าลักษณะกลมแบน สีส้ม แดง จำนวน 2 เม็ด วางอยู่บนพื้นใต้เตียงนอนที่นายล้วนฯ ใช้อาศัยหลับนอนอยู่เป็นประจำ 2.พบของกลางลำดับที่ 2 ยาบ้า ลักษณะกลมแบน สีเขียว จำนวน 6 เม็ด อยู่ในตลับสีขาวซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกเครื่องกระสุนปืนวางอยู่ปลายเตียงนอนในห้องนอนของนายล้วนฯ ของกลางลำดับที่ 3. อาวุธปืนแก็ปยาว(แบบไทยประดิษฐ์)พิงอยู่ข้างฝาผนังข้างเตียงนอนของนายล้วนฯ ของกลางลำดับที่ 4.เครื่องกระสุนปืนแก็ปวางอยู่ปลายเตียงนอนในห้องนอนของนายล้วนฯ จึงได้สอบถามนายล้วนฯ ให้การยอมรับว่ายาบ้าจำนวน 6 เม็ด ดังกล่าวเป็นของตนเองจริง ที่ได้ไปซื้อมาจากชาวเขาไม่ทราบชื่อสกุลราษฎร์บ้านห้วยไฟ ต.แม่ขะนิง อ.เวียงสา จ.น่าน และได้สอบเรื่องอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนดังกล่าวว่าได้รับอนุญาตให้มีและใช้จากนายทะเบียนหรือไม่ นายล้วนฯ รับว่าอาวุธและเครื่องกระสุนดังกล่าวที่ตนมีไว้นั้นตนไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนแต่อย่างใดและยอมรับว่าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนเป็นของตนเองจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งให้นายล้วนฯ ทราบว่าเขาต้องถูกจับกุมและควบคุมตัวและแจ้งสิทธิของผู้ต้องหาให้ทราบ ในข้อกล่าวหา มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง ประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต มีอาวุธปืนยาว(แบบได้ประดิษฐ์)และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน จึงได้ควบคุมตัวนายล้วน ฯ มาที่ สภ.เรือง และขอทำการตรวจปัสสาวะเบื้องต้นโดยนายล้วน ฯ ให้ความยินยอมและสมัครใจให้ตรวจได้ ผลการตรวจเบื้องต้นพบผลเป็นบวก จึงได้ส่งตรวจยืนยันผลที่โรงพยาบาลน่านอีกครั้งโดยนายล้วน ฯ ไม่ประสงค์ที่จะเดินทางไปกำกับดูแลการตรวจปัสสาวะด้วยแต่อย่างใด ต่อมาได้รับผลการตรวจปัสสาวะยืนยันจากโรงพยาบาลน่านพบสารเสพติดเมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า) ในปัสสาวะของนายล้วน ฯ จริง จึงได้แจ้งให้นายล้วน สายธิยศ ทราบว่าเขาจะต้องถูกจับกุมและควบคุมตัวพร้อมแจ้งสิทธิของผู้ต้องหาให้นายล้วน สายธิยศ ทราบและเข้าใจดีแล้วจึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ นายล้วน สายธิยศ ทราบว่า มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง ประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย , มีอาวุธปืนยาว(แบบได้ประดิษฐ์)และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แจ้งสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบอีกครั้ง จากนั้นจึงควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เรือง เพื่อดำเนินการต่อไป

*สถิติการจับกุม เดือน พ.ค.69
ผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 0 ราย
ผู้ต้องหายาเสพติด จำนวน 8 ราย